วิธีสังเกต งูเหลือมกับงูหลามต่างกันอย่างไร เทคนิคแยกชนิดงูแบบง่ายๆ

python-observe-01-300x225ถ้าให้เอ่ยชื่องูที่ไม่มีพิษ ลำตัวโตใหญ่ยาวขึ้นมาสักชนิด หลายคนคงแย่งกันตอบ ว่างูเหลือมหรือไม่ก็งูหลาม เป็นแน่แท้ ซึ่งถ้าหากถามต่อไปอีกว่า งูเหลือมกับงูหลามมีลักษณะที่ต่างกันอย่างไร ทีนี้ก็จะเริ่มส่ายหน้าเกาหัวกันแล้วใช่ไหมครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่าความรู้ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับงูสองชนิดนี้มีไม่ค่อยเยอะ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเป็นเรื่องงู จะเน้นไปที่งูมีพิษ พวกงูเห่า งูจงอางซะมากกว่า ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกเล่ากันครับ ว่างูเหลือมกับงูหลามนั้น แท้ที่จริงแล้วต่างกันหรือไม่ หรือว่าเป็นงูชนิดเดียวกัน
1. ชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ของทั้งเจ้าเหลือมและเจ้าหลามนั้นต่างกัน โดยงูเหลือมนั้นมีชื่อสามัญว่าReticulated Python และชื่อในทางวิทยาศาสตร์คือ Python Reticulatus ส่วนเจ้าหลามนั้นมีชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indian Python , Python Molurus ตามลำดับ

2. งูหลามนั้นมีลำตัวที่ใหญ่กว่างูเหลือม แต่มีความยาวน้อยกว่า โดยงูหลามนั้นมีความยาวอยู่ที่ 1-3 เมตร ส่วนงูเหลือมนั้นยาว 1-5 เมตร

3. ข้อนี้เป็นวิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดครับ เพราะหัวของงูหลามนั้นดูคล้ายหัวลูกศรสีขาว แต่หัวของเจ้าเหลือมจะเป็นหัว ลูกศรเหมือนกันแต่สีจะออกดำ ซึ่งเมื่อจะสังเกตงูประเภทนี้ให้มองที่หัวก่อนเป็นอันดับแรกครับ

4. งูหลามมีนิสัยที่ไม่ดุร้ายเท่างูเหลือม และมักจะออกล่าเหยื่อบนบก ต่างกับเจ้าเหลือมที่ดุร้ายและจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูของมันทันที มันสามารถหากินได้ทั้งบนบกและในน้ำ หากพบเห็นงูประเภทนี้ที่หากินอยู่ในน้ำ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นงูเหลือม

5. หากพบเห็นงูประเภทนี้ที่บริเวณภาคใต้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นงูเหลือม ทั้งนี้เพราะถิ่นกำเนิดของงูหลามนั้น ไม่ได้อยู่ในบริเวณภาคใต้ แต่จะพบมันได้ในภาคอื่นๆของประเทศไทย อินเดียตอนล่างและพม่า ส่วนเจ้าเหลือมนั้นพบได้ทั่วไป

6. ปกติแล้วงูหลามจะไม่หากินในน้ำ ต่างจากงูเหลือมที่สามารถหากินได้ทั้งบนบกและในน้ำ

7. ระยะเวลาการฟักไข่ที่ต่างกัน โดยเจ้าหลามนั้นจะใช้เวลาฟักไข่ 2 เดือน แต่เจ้าเหลือมจะใช้เวลาฟักไข่ 3 เดือน

8. หากพบเห็นงูประเภทนี้บนต้นไม้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นงูเหลือม ทั้งนี้เพราะนิสัยของงูหลามนั้นไม่ชอบหากินบนต้นไม้ หรือปีนต้นไม้ รวมไปถึงไม่ชอบการหากินในน้ำ ต่างจากงูเหลือมที่ชอบทั้งขึ้นต้นไม้และชอบหากินในน้ำ
แม้ว่างูทั้งสองประเภทนั้น เป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่อย่าเข้าใกล้เชียวนะครับ เพราะมันมีอันตรายในเรื่องของการรัดเหยื่อ ซึ่งเมื่อมันรัดเข้ากับตัวแล้วนั้นอาจทำให้เกิดอาการกระดูกหักหรือเสียชีวิตได้เลย หากไม่มีคนมาช่วยได้ทันท่วงที ดังนั้นเมื่อเห็นงูเหลือมหรืองูหลามที่ไหนก็ตาม ให้หลีกเลี่ยงหรือไม่เข้าใกล้ระยะกระโจนของมันจะดีกว่า

Posted in ข่าวทั่วไป

เคล็ดลับ คนอ้วนแต่งตัวอย่างไรให้ดูดี เหมาะสมกับรูปร่างและสัดส่วน

fat-clothes-01-300x200ปัญหาเรื่องอ้วน เป็นปัญหาระดับชาติกันเลยทีเดียวสำหรับหนุ่มสาวที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสรีระร่างกายที่พุงจะล้นเกินกว่าที่จะใส่เสื้อผ้าแบบธรรมดาได้ บางคนก็มีอาการจิตตกที่ว่าเกิดอาการกลัวในเวลาที่จะหาเสื้อผ้าใส่ บ้างก็กลัวว่าจะใส่เสื้อผ้าไมได้ บ้างก็กลัวว่าใส่เสื้อผ้าลายแบบนี้แล้วจะไม่สวย อาจจะไม่เหมาะกับรูปร่าง แต่หากลองอ่านเทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับรูปร่าง แม้ว่าคุณจะมีรูปร่างที่อ้วนแค่ไหนก็สามารถใส่แล้วดูดีได้เช่นกัน
สำหรับผู้ชายที่มีรูปร่างอ้วน

คุณผู้ชายทั้งหลายที่มีรูปร่างอ้วนท้วม หากท่านได้ลองแต่งกายด้วยเสื้อผ้าลักษณะดังต่อไปนี้ จะทำให้รูปร่างของคุณดูเพรียวลงเหมือนกัน นั่นก็คือ

1. เสื้อยืดหรือเสื้อที่มีสีของผ้าเป็นสีเข้มอย่างเช่นสีน้ำตาล , สีดำ หรือสีกรมท่า โทนสีเหล่านี้จะสามารถช่วยพรางรูปร่างของคุณให้ดูผอมลงได้ และยังสามารถช่วยเสริมให้บุคลิกของคุณดูสมาร์ท ดูสุขุมและเคร่งขรึมไปในตัวได้อีกด้วย

2. ใส่เสื้อเชิ้ตแบบที่มีกระดุมหรือเสื้อประเภทคอวี จะช่วยให้คุณดูผอมได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงเสื้อประเภทที่มีลายสกรีนเยอะๆนะครับ

สำหรับผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วน

คุณผู้หญิงนี่ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วปัญหาเกี่ยวกับการแต่งตัวของผู้หญิงอ้วนจะมีมากกว่าผู้ชาย และนี่คือแนวทางการแต่งตัวสำหรับคุณผู้หญิงครับ

1. ชุดแซกหรือชุดเดรส ในสมัยปัจจุบันก็มีการผลิตมาให้เหมาะสมกับรูปร่างของคนที่อ้วนและอยากจะสวมใส่แล้วครับ แต่อยากแนะนำให้ลองหาชุดแซกแบบทรง A มาใส่ จะช่วยอำพรางรูปร่างได้ดีทีเดียว

2. ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ ไม่ควรเลือกเสื้อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัว เพราะจะทำให้รูปร่างดูโปร่งและใหญ่ขึ้น

Posted in ข่าวทั่วไป

งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา

Herpes-zoster-02-300x211โรคงูสวัด เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยในประเทศไทย ซึ่งโรคนี้นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส เป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสนั่นแหละ ดังนั้นอาการของงูสวัดจึงคล้ายกับอาการของโรคอีสุกอีใสมากเลยทีเดียว คือมีตุ่มใสๆ มีหนองข้างในขึ้นทั่วบริเวณร่างกาย แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ การที่เราจะเป็นโรคงูสวัดได้นั้น ต้องผ่านการเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน สำหรับอาการของโรคงูสวัดนั้นเป็นอย่างไร เรามาดูกันค่ะ

1. อย่างที่บอกว่าเมื่อเราได้รับเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella Zoster Virus) เข้ามาสู่ร่างกายครั้งแรกนั้น มักจะทำให้เกิดอาการตัวร้อน มีผื่นและตุ่มหนองขึ้นทั่วร่างกาย ซึ่งก็คือโรคอีสุกอีใสนั่นเอง และเมื่อหายจากโรคนี้แล้วเราจะไม่เป็นโรคอีสุกอีใสนี้อีกเลยตลอดชีวิต แต่จะเป็นโรคงูสวัดแทน เพราะเชื้อไวรัสต้นเหตุนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายของเรา แต่หลบมุมอยู่ภายในระบบประสาท และไม่สามารถออกฤทธิ์ได้หากภูมิคุ้มกันของเรายังแข็งแรง ดังนั้นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคงูสวัดที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเอาไว้อยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ

2. เริ่มแรกนั้นผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนโดยหาสาเหตุไม่ได้ เนื่องจากไวรัส วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบประสาทนี้ สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้จนเกิดเป็นอาการติดเชื้อ ทำให้เส้นประสารทเกิดการแสบร้อนหรือปวดจี๊ดๆ

3. หลังจากเกิดอาการปวดแสบมาได้ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ ออกผื่นสีแดง และมีน้ำอยู่ข้างใน เรียงกันตามแนวเส้นประสาททั่วร่างกาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของชื่อโรคงูสวัด เพราะมันมีลักษณะยาวคล้ายงู ส่วนใหญ่มักจะปรากฏตามแขน ขา หรือเอว ซึ่งเมื่อเกิดเป็นตุ่มหนองแล้ว มักจะแตกออกและตกสะเก็ดหายไปได้ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์

4. เมื่ออาการภายนอกหายหมดแล้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะยังรู้สึกแสบร้อนภายในกล้ามเนื้ออยู่ ซึ่งก็แล้วแต่คน ทั้งนี้เพราะเจ้าไวรัสนั้นไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายนั่นเอง แต่มันถูกสะกดไว้ด้วยภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ปรากฏอาการขึ้นมาอีกนั่นเอง

งูสวัดติดต่อทางไหน? การติดต่อของโรคงูสวัด สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส โดยในผู้ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสจะทำให้เกิดอีสุกอีใส และหากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วก็จะทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคงูสวัดเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการรักษาโรคงูสวัดนี้ปัจจุบันมียาที่ชื่อว่า อะไซโคลเวียร์ (Aciclovir) ซึ่งมีทั้งแบบวัคซีนและแบบรับประทานโดยเจ้ายาตัวนี้จะมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ไวรัส ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยที่จะรับประทานยานี้หรือฉีดยานี้เข้าสู่เส้นเลือดนั้น ควรได้รับคำสั่งจากหมอก่อน ดังนั้นเมื่อเกิดเป็นโรคงูสวัดขึ้น อันดับแรกที่ควรทำคือ ไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำนั่นเองค่ะ

Posted in ข่าวทั่วไป

วิธีทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดตามวิถีเกษตรอินทรีย์

natural-manure-01-300x200ปัจจุบัน ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยให้ผลผลิตดีขึ้น และไม่เป็นอันตรายเหมือนกับปุ๋ยเคมี อีกทั้งยังสามารถทำได้เองอีกต่างหาก ปุ๋ยชีวภาพสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ

ปุ๋ยน้ำที่เกิดจากขยะเปียกต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผัก เศษผลไม้ พืชสมุนไพร
ปุ๋ยที่เกิดจากการผลิตจากสัตว์ เช่นปลา หรือหอยเชอรี่

สำหรับวิธีการทำปุ๋ยชีวภาพนั้น สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1. ปุ๋ยที่เกิดจากพืชหรือขยะเปียก ขั้นแรกให้เราหาวัสดุต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ดังนี้

เศษวัสดุเหลือใช้ เช่นเศษพืช เศษผัก/ผลไม้ หรือเศษอาหาร จำนวนประมาณครึ่งถัง
กากน้ำตาลประมาณ 1 ลิตร
น้ำที่เกิดจากการหมักจุลินทรีย์จำนวน 1 ลิตร
น้ำสะอาดประมาณครึ่งถัง

เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ ครบ ให้เราเริ่มนำ น้ำสะอาดเติมลงในถัง และเติมส่วนผสมอื่นๆ เช่นหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือน้ำหมักจุลินทรีย์ พร้อมกับกากน้ำตาลลงไปผสมให้เข้ากัน ข้อแนะนำก็คือไม่ควรเติมกากน้ำตาลมากจนเกินไปเพราะจะส่งผลให้เกิดกลิ่นที่รุนแรงตามมาได้ จากนั้นเมื่อทุกอย่างเข้ากันดีแล้วให้เทส่วนผสมที่ออกมาลงในถุงปุ๋ยแล้วนำไปเก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 7 วัน ก็จะได้ปุ๋ยชีวิภาพสูตรพืชตามที่ต้องการ

2. ปุ๋ยที่เกิดจากสัตว์ ขั้นแรกเราต้องเตรียมวัสดุดังต่อไปนี้

ปลา หรือหอยเชอรี่ที่ต้องการนำมาทำปุ๋ยประมาณ ครึ่งถัง
กากน้ำตาลประมาณ 1 ลิตร
น้ำที่เกิดจากการหมักจุลินทรีย์สำหรับเป็นหัวเชื้อประมาณ 1 ลิตร
น้ำสะอาดประมาณครึ่งถัง
ถังพลาสติกเปล่าๆ ที่มีฝาปิดมิดชิดพร้อมไม้สำหรับคน

เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ ครบแล้วให้เราเริ่มลงมือได้โดยการนำ ปลา หอยเชอรี่ ลงในถัง แล้วเทส่วนกากน้ำตาล น้ำหมักหัวเชื้อ น้ำสะอาดลงไปในถังเปล่าที่เตรียมไว้ จากนั้นให้ใช้ไม้คนวัสดุให้เข้ากัน แล้วปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 เดือนโดยระหว่างการหมักนั้น ให้คนส่วนผสมต่างๆ ในถังอย่างสม่ำเสมอเพื่อเร่งหรือกระตุ้นให้เกิดการย่อยสลายได้ดีขึ้น เมื่อผ่านไปประมาณ 2 เดือนก็สามารถนำปุ๋ยหมักชีวิภาพขึ้นมาใช้งานได้

สำหรับประโยชน์คร่าวๆ ของปุ๋ยหมักทั้งสองสูตรนั้น สามารถช่วยในการกำจัดน้ำเน่าเสีย (อย่างที่เคยเห็นใช้กันในระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่) ใช้ในการบำบัดกลิ่นเหม็นต่างๆ รวมไปถึงใช้ในการทำความสะอาดคอกสัตว์หรือกิจการปศุสัตว์ นอกจากนั้นในภาคการเกษตรยังนำไปใช้งานเพื่อเร่งผลผลิตแทนปุ๋ยเคมีได้อีกด้วย นับว่ามีประโยชน์รอบด้านจริงครับ ที่สำคัญยังเป็นปุ๋ยที่ผลิตขึ้นมาได้เอง โดยใช้วัสดุราคาถูกที่หาได้ทั่วไปอีกด้วย

Posted in ข่าวทั่วไป

การอบซาวน่าทุกวันมีประโยชน์อย่างไร ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญแคลอรี่ได้จริงหรือไม่

sauna-benefit-01-300x200การอบซาวน่านั้นเป็นเทรนด์ทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดและไม่เคยที่จะตกยุค นั่นเพราะว่าได้ประโยชน์ทั้งประโยชน์เรื่องของสุภาพ ผิวพรรณ และยังเกิดความสบายเนื้อสบายตัวกันได้อีก ดังนั้นเราจึงมักเห็นหลายๆ คนนั้นเดินเข้าเดินออกซาวน่าเป็นประจำ บางคนถึงกับสร้างห้องอบซาวน่าขึ้นมาที่บ้านส่วนตัวเลยก็มี สำหรับประโยชน์ของการอบซาวน่านั้นมีอะไรบ้าง เราลองไปดูกันเลยค่ะ
1.หลังจากการอบซาวน่า ไอน้ำและความร้อนจะทำให้รู้สึกว่าสบายตัว ทั้งนี้เพราะการอบไอน้ำจากซาวน่าจะทำให้เกิดการสูญเสียของเหลว และร่างกายจะเติมเต็มด้วยระบบน้ำเหลือง ดังนี้ผู้ที่เพิ่งผ่านการอบซาวน่ามาจะรู้สึกเหมือนมีเลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงความร้อนจากไอน้ำในห้องซาวน่าจะทำให้ร่างกายขับของเสียออกมาทางเหงื่อ ดังนั้นเราจึงรู้สึกเหมือนว่าร่างกายมันผ่อนคลาย และตัวเบาสบายขึ้น ซึ่งนี่เองที่ทำให้ใครหลายคนติดใจการอบซาวน่า และถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง

2. การเข้าอบไอน้ำในห้องซาวน่า จะทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้นระบบโลหิตใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะชีวิตการทำงานของคนเราทุกวันนี้มักจะนั่งทำงานเป็นเวลานานจนเกิดการเมื่อยขบ และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบหมุนเวียนโลหิตนั้นไม่ค่อยสะดวก และจะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์ (Cellulite) ตามมา ซึ่งเมื่ออยู่ในห้องอบซาวน่า หลอดเลือดในร่างกายจะเกิดการขยายตัวและทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีการหมุนเวียนที่ดี ขึ้น ทำให้ช่วยกระชับผิวหนังขึ้นอีกด้วย

3. มีการวิจัยจากสถาบันทางวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น กล่าวคือเมื่อร่างกายสูดเอาไอน้ำจากกระบวนการอบซาวน่าเข้าไป จะทำให้ระบบเซลล์ที่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย)มีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนั้นยังสามารถกระตุ้นการทำงานของเฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

4. การอบซาวน่าสามารถช่วยในเรื่องของผิวพรรณที่ดีขึ้นได้ ยิ่งถ้าหากเป็นการอบซาวน่าสมุนไพรต่างๆ เพราะอย่างที่อธิบายไปในข้อ 2 คือซาวน่าจะช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นนั่นเอง

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ เพราะซาวน่าเป็นการอบด้วยความร้อน และขับน้ำออกมาจากร่างกาย เมื่ออบเสร็จอาจเห็นว่าน้ำหนักลดจริง แต่หลังจากที่ร่างกายขาดน้ำ และดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ น้ำหนักก็จะกลับมาคงเดิมนั่นเอง

แม้ว่าซาวน่านั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ให้โทษได้หลายอย่างเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้าไปอบซาวน่าควรทำการศึกษาวิธีการใช้งาน ข้อห้าม และข้อแนะนำต่างๆ พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ

Posted in ข่าวทั่วไป

ขั้นตอนการทำบุญถวายสังฆทานมีอะไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร

give-sangatan-01-300x199การถวายสังฆทาน คือการถวายของใช้ที่จำเป็นแก่พระภิกษุ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องนอน ของใช้ ตลอดจนอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งการถวายสังฆทานไม่ได้จำเพราะเจาะจงว่าจะให้กับพระรูปใดรูปหนึ่ง พระที่รับสังฆทานถือว่าเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหมด สำหรับวันนี้เรามีขั้นตอนการถวายสังฆทานมาฝากกันครับ1. จัดเตรียมข้าวของที่จะนำไปถวาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ร้านสังฆภัณฑ์ จะมีบริการจัดชุดเอาไว้เรียบร้อย และนำไปใช้ได้เลย หรือจะซื้อหาข้าวของต่างๆ มาจัดเองก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ถวาย

2. เลือกวัดที่ต้องการถวาย จากนั้นให้เข้าไปพบเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ภายในวัด แล้วแจ้งความประสงค์ว่าต้องการถวายสังฆทาน จากนั้นทางเจ้าอาวาสจะจัดพระภิกษุมาเป็นตัวแทนรับถวาย ส่วนสถานที่จะเป็นในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญก็ได้แล้วแต่ว่าพระท่านจะให้ถวายที่ใด

3. ให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมกราบสามครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการกล่าวอาราธนาศีล รับศีล

4. เมื่อรับศีลจบให้ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคำถวายสังฆทานดังนี้

“อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ”

“ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์ และความสุข, แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ตลอดกาลนานเทอญฯ”

5. เมื่อกล่าวจบให้ประเคนเครื่องสังฆทาน โดยหากเป็นผู้ชายสามารถประเคนให้กับพระท่านได้โดยตรง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้วางของที่จะประเคนลงบนผ้ารับประเคน และไม่ควรถวายให้พระท่านโดยตรง ตรงนี้ต้องระวังกันให้มากๆ

6. เมื่อเสร็จสิ้นแล้วพระท่านจะกล่าวอนุโมทนา จากนั้นให้ผู้ถวายกรวดน้ำ ส่งผ่านผลบุญสู่ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร รวมถึงสัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อทำการกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อยให้กราบ 3 ครั้งเป็นอันเสร็จพิธีครับ
ว่ากันว่าอานิสงส์ผลบุญของผู้ถวายสังฆทานนี้ จะช่วยส่งผลให้ผู้ที่ถวายนั้นมีแต่ความสุขความเจริญ เกิดชาติใดภพใดความยากจนนั้นไม่มี และการถวายสังฆทานนี้ยังสามารถทำได้ตลอดทั้งปีไม่จำกัดช่วงเวลา เพียงแต่ของที่นำมาถวายนั้นควรเป็นของที่พระสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆนะครับ ดังนั้นควรเลือกดีๆ ไม่ใช่ว่าเอาอะไรมาถวายก็ได้ นอกจากได้อานิสงส์ผลบุญแล้วยังเป็นการช่วยทำนุบำรุงศาสนา และประเพณีไทยให้คงอยู่สืบต่อไปอีกด้วย

Posted in ข่าวทั่วไป

น้ำแอร์หยดเกิดจากอะไร วิธีแก้ไขปัญหาน้ำแอร์รั่วไหลเบื้องต้นแบบง่ายๆ

wash-air-conditioning-01-300x222ปัญหาน้ำแอร์หยดด้านในนี่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยตามบ้านทั่วไป ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มักจะพาความรำคาญจากความเปียกชื้น และยังอาจทำให้เกิดอันตรายจากไฟรั่วได้อีก สาเหตุที่ทำให้น้ำแอร์หยดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน วันนี้เราจะมาแนะนำถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข ในกรณีที่เกิดน้ำแอร์หยดครับ
สาเหตุ

เกิดจากถาดหรือท่อทิ้งน้ำนั้นตัน ทำให้น้ำที่เกิดจากกระบวนการฟอกอากาศ ไม่สามารถระบายออกไปได้ จึงล้นและไหลย้อนกลับมา กลายเป็นน้ำที่หยดซึมมาจากตัวแอร์ในที่สุด
ถาดคอยล์ด้านหลังของแผงคีบแอร์นั้นเกิดตัน และทำให้เกิดมีหยดน้ำเกาะอยู่นอกตัวแอร์
ถาดน้ำทิ้งเกิดการชำรุด เช่นหลุด หรือแตก
การเดินท่อภายในของช่างนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้หุ้มท่อไม่ได้มาตรฐาน และเกิดหยดน้ำเกาะรอบๆ ตัวจนหยดออกมานอกตัวแอร์ได้ในที่สุด

วิธีแก้ไข

ควรทำความสะอาดโยการใช้โบลเวอร์ (Blower) หรือเครื่องเป่าไฟฟ้า ไล่น้ำออกให้แห้ง โดยบริเวณที่เน้นมากๆ คือท่อน้ำทิ้งและบริเวณปลายท่อ
แก้ไขโดยการล้างแอร์ ซึ่งหากผู้ใช้งานมีความชำนาญก็สามารถถอดส่วนประกอบ หรือท่อแอร์ออกมาล้างได้เลย หรือหากไม่มีความชำนาญ สามารถเรียกช่างแอร์มาล้างก็ได้ครับ
หากแอร์นั้นมีความสกปรกมาก เช่นฝุ่นหรือมีคราบสกปรกไปเกาะอยู่จำนวนมาก เครื่องจะระบายความเย็นออกมาไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำแข็งจับและกลายเป็นหยดน้ำออกมานอกเครื่องได้ในที่สุด กรณีนี้ควรติดต่อเรียกช่างแอร์จะดีกว่าครับ เพราะต้องทำการรื้อเครื่องดูจุดที่สกปรกซึ่งอยู่ภายในเครื่องแอร์นั่นเอง
อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือน้ำยาแอร์มีน้อยจนเกินไป หรืออาจเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยา ควรติดต่อช่างแอร์โดยด่วน เพราะน้ำยาแอร์นี้เป็นส่วนที่สำคัญต่อการเกิดความเย็น ถ้าหากมีน้อยเกินไปจะทำให้ตัวแอร์นั้นปรับอากาศได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจทำให้เครื่องรวนหรือพังไปเลยก็ได้
ตรวจดูว่าภายในเครื่องมีสัตว์จำพวกหนู หรือแมลงเข้าไปอาศัยหรือตายติดอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้งสัตว์จำพวกนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของท่อแอร์ภายในเครื่องได้
ตรวจดูถาดน้ำทิ้ง หากพบว่าเลื่อน หรือเคลื่อน ควรทำการแก้ไขให้อยู่ในสภาพเดิม

การแก้ปัญหาน้ำแอร์หยดนั้น ทางที่ดีควรติดต่อเรียกช่างแอร์ หรือคนที่มีความชำนาญจะดีกว่า เพราะส่วนใหญ่นั้นเป็นเรื่องของทางเทคนิค และเครื่องแอร์นั้นก็มีความซับซ้อนมาก หากไม่ชำนาญหรือไม่เคยรื้อเครื่องมาก่อน อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ครับ

Posted in ข่าวทั่วไป

งูผสมพันธุ์กันอย่างไร วันนี้เราจะพาไปดูพฤติกรรมการสืบพันธุ์ของงูกัน

snake-love-01-300x225งูนั้นเป็นสัตว์ที่หลายๆ คนนั้นเกลียดและกลัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ด้วยรูปร่างที่น่าสะพรึงกลัว และด้วยพิษที่ร้ายแรง (งูบางชนิด) ทำให้ใครหลายๆ คนร้องยี้เมื่อพูดถึงมัน แต่วงจรชีวิตของงูนั้นมีอะไรน่าสนใจมากครับ ทั้งนั้นเพราะมันเป็นตัวที่ไม่มีเท้า หรืออวัยวะสืบพันธุ์ให้เห็นกันจะๆ แบบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการสมสู่ที่ดูลึกลับ และไม่ค่อยจะมีใครได้พบเห็นพฤติกรรมแบบนั้นของมันสักเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้เราจะพาท่านไปดูวิธีการสืบพันธุ์ของเจ้าอสรพิษกันครับ

งูส่วนใหญ่นั้นมีการใช้ชีวิตที่โดดเดี่ยว มักจะอาศัยและออกหากินตามลำพังมากกว่าอยู่ด้วยกันเป็นฝูง ด้วยความที่งูส่วนใหญ่มีพิษมาก จึงไม่ค่อยมีศัตรูในธรรมชาติมากนักเหมือนสัตว์ชนิดอื่น แต่เมื่อถึงฤดูที่มันต้องวางไข่หรือผสมพันธุ์ งูจะเข้ามารวมกลุ่มกันเพื่อเลือกคู่ผสมพันธุ์ ซึ่งฤดูผสมพันธุ์ที่ว่านี้ไม่ได้แน่นอนเหมือนสัตว์ประเภทอื่น เพราะเจ้างูนี้จะมีความสามารถในการเลื่อนระยะเวลาสืบพันธุ์ออกไปได้เรื่อยๆ เหมือนกับมนุษย์เลยครับ ดังนั้นจะพูดได้ว่ามันจะสืบพันธุ์จริงๆเมื่อถึงตอนที่มันอยากก็คงไม่ผิดนัก

เมื่อถึงฤดูที่มันอยากจะผสมพันธุ์ งูจะออกตามหาคู่ที่ตามป่าหรือเขา หรือสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็มีบางสายพันธุ์นะครับที่มันอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ อยู่แล้ว ซึ่งเจ้างูสายพันธุ์ที่ว่านี้ก็จะเลือกจับคู่กันเอง ไม่ออกหาคู่เหมือนงูสายพันธุ์อื่น ซึ่งมักจะพบเห็นงูสายพันธุ์ที่ว่านี้ในถ้ำลึก หรือในป่าโดยทั่วไปแล้วนั้นเมื่อมันพบคู่ของมัน ตัวผู้จะทำการเกี้ยวหรือกอดรัดหรือเกี้ยวตัวพันรอบตัวเมีย และใช้อวัยวะเพศของมันสอดเข้าไปที่อวัยวะเพศของตัวเมียเพื่อปล่อยน้ำเชื้อ โดยอวัยวะเพศของงูนั้นจะอยู่บริเวณโคนหางซึ่งซ่อนอยู่ในเปลือกหรือเกล็ดงู เจ้าอวัยวะเพศนี้ ถ้าไม่สังเกตดีๆหรือเข้าไปดูใกล้ๆนั้น ไม่มีทางมองออกเลยว่า ตัวไหนเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย บางสำนักวิจัยที่มีการทดลองหรือศึกษาเกี่ยวกับงูนั้น ต้องบีบหรือจับดูที่โคนหาง จึงจะสามารถมองเห็นอวัยวะส่วนนี้ของงูได้

เมื่องูผสมพันธุ์เสร็จแล้วมักจะแยกย้ายกันออกไป โดยตัวเมียนั้นจะเสาะหาสถานที่วางไข่ โดยมากมักจะเป็นสถานที่ที่มีความอบอุ่นและปลอดภัย โดยหลังจากการวางไข่ประมาณ 3 เดือนไข่ก็จะสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้นั่นเองแม้ว่างูจะเป็นสัตว์ร้ายที่มีหลายๆ คนไม่อยากจะเข้าใกล้ แต่ก็มีคนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมันน้อยเหลือเกินครับ เชื่อว่าถ้าเดินไปถามใครสักคนว่า อวัยวะเพศของงูอยู่ตรงไหน ก็คงมีน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องเหล่านี้

Posted in ข่าวทั่วไป

หน้าที่ของฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

harddisk-part-01-300x225ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ที่เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลระบบปฏิบัติการณ์ต่างๆ ที่ใช้ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ หรือข้อมูลในรูปแบบของโปรแกรมประยุกต์ หรือแฟ้มงานต่างๆ ล้วนถูกเก็บรักษาเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์นี่เอง ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่า ฮาร์ดดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คงต้องเทียบว่า ฮาร์ดดิสก์คือสมองส่วนความทรงจำของคอมพิวเตอร์นั่นเอง สำหรับวันนี้เราจะพาไปดูการทำงานและส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์กัน

หัวอ่าน (Head) เป็นส่วนหนึ่งของแขนหัวอ่าน ซึ่งเจ้าหัวอ่านตัวนี้สร้างจากขดลวด เพื่อใช้อ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยการรับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ ก่อนเกิดความเหนี่ยวนำทางแม่เหล็ก และไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสนามแม่เหล็ก และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั่นเอง
แขนหัวอ่าน (Actuator Arm) มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กยาวๆ ซึ่งสามารถรับคำสั่งจากวงจรให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยต้องทำงานร่วมกับหัวอ่าน
จานแม่เหล็ก (Platters) มีลักษณะเป็นจานกลมๆ เคลือบด้วยสารแม่เหล็กวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นขึ้นอยู่กับความจุ เจ้าสารแม่เหล็กที่เองที่เป็นข้อมูลต่างๆ ของเรา โดยข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกในลักษณะของเลข 0 และ 1 แผ่นแม่เหล็กนั้นติดกับมอเตอร์สำหรับหมุน (Spindle Motor) และสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน
มอเตอร์หมุนแผ่นแม่เหล็ก (Spindle Motor) เป็นตัวควบคุมจานแม่เหล็กให้หมุนไปยังตำแหน่งที่ต้องการเพื่อบันทึก หรือแก้ไขข้อมูล ปกติมักมีความเร็วในการหมุนประมาณ 7200 รอบต่อนาที แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมทำให้ตัวมอเตอร์มาสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 1 หมื่นรอบต่อนาที
เคส (Case) หรือตัวกล่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นที่บรรจุส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการทำงานของฮาร์ดดิสก์

ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์สามารถแบ่งออกเป็นสี่ชนิดคือ

IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีการใช้เทคโนโลยีแบบเก่าคือจะมีขั้วต่อกับสายแพที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้แค่ 8.3 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น
SATA เป็นมาตรฐานฮาร์ดดิสก์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันสามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากถึง 150 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
E-IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่พัฒนามาจาก IDE มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้ประมาณ 133 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
SCSI เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลราวๆ 320 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีและมีความเร็วรอบในการหมุนจานประมาณ 1 หมื่นรอบต่อนาที นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ภายในองค์กร

ฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของระบบทั้งระบบ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องดูแล และถนอมการใช้งานของฮาร์ดดิสก์เอาไว้ให้ดี ทั้งนี้เพราะเมื่อฮาร์ดดิสก์เกิดพังหรือเสียหายขึ้นมา ข้อมูลของเราก็จะพลอยสูญหายไปด้วยเช่นเดียวกันนั่นเอง

Posted in ข่าวทั่วไป

มองคุณค่าของเวลาและชีวิต จากเงินจำนวน 86,400 บาท

time-do-01-300x216จะดีแค่ไหน หากมีธนาคารแห่งหนึ่ง โอนเงินเข้าบัญชีของเพื่อนๆ เป็นจำนวนเงิน 86,400 บาท ให้ทุกๆวัน โดยมีข้อแม้ว่าหากใช้เงินไม่หมดภายในวันนั้น จะไม่สามารถยกยอดที่เหลือไปใช้ต่อไปในวันพรุ่งนี้ได้ หากเป็นเพื่อนๆจะทำอย่างไรกันคะ….แน่นอน เพื่อนๆก็คงต้องใช้เงินจำนวนนั้นให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาส

คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมหละคะ ว่าจะมีธนาคารทีไหนกัน โอนเงินตั้งหลายหมื่นให้เราทุกวัน
ให้เวลาคิดแปปนึง….ติ๊กต่อกๆๆ
ปิ้งป่อง…ที่จริงแล้วธนาคารที่ว่านี้ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงินหรอกค่ะ แต่จะจ่ายเป็น “เวลา” แทน
เราทุกคนมีธนาคารประจำตัว ที่เรียกว่าธนาคาร “เวลา” ในทุกๆวันมันจะเข้าบัญชีให้เรา 86,400 วินาที
และทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชีถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่เราพลาดโอกาสที่จะลงทุนในสิ่งดีๆ มันไม่สะสมยอดคงเหลือ
ไม่ให้เบิกเกินบัญชี ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้เรา ทุกค่ำคืนจะลบยอดคงเหลือของทั้งวันออกหมด
ถ้าเราเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน ผลขาดทุนจะเป็นของเรา
ไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้ ไม่มีการถอนของวันพรุ่งนี้มาใช้ได้
เราต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยยอดเงินฝากของวันนี้
ด้วยการลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุขภาพ
ความสุข และความสำเร็จ! นาฬิกากำลังเดินอยู่ตลอดเวลา จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งปี
ให้ไปถามนักเรียนที่สอบตกต้องซ้ำชั้น
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งเดือน
ให้ไปถามคุณแม่ที่คลอดลูกก่อนกำหนด
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งสัปดาห์
ให้ไปถามนักเขียนหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งชั่วโมง
ให้ไปถามคนรักที่กำลังรอคอยตามนัดหมาย
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งนาที
ให้ไปถามคนที่เพิ่งพลาดขบวนรถไฟ
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา เสี้ยววินาที
ให้ไปถามคนที่เพิ่งรอดหวุดหวิดจากอุบัติเหตุ

ทำทุกช่วงเวลาที่เรามี ให้มีคุณค่า และมันจะมีคุณค่ามากขึ้นไปอีก ถ้าเราใช้มันร่วมกับคนพิเศษบางคน
จำไว้เสมอว่าเวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว
เมื่อวานเป็นอดีต พรุ่งนี้ยังยากที่จะอธิบาย วันนี้เป็นของขวัญ
นั่นไงทำไมมันถึงถูกเรียกว่า “Present”

Posted in ข่าวทั่วไป