‘เป๊ป’ ลุ้นแชมป์ลีก ต้องรอให้ ‘เชลซี’ พลาดเองเท่านั้น

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แม้จะพาทีมบุกถล่ม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016-17 นัดที่ 23 จากทั้งหมด 38 นัด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนลดช่องว่างจากเดิมที่ตามจ่าฝูง “สิงห์บลู” เชลซี 12 แต้ม เหลือ 10 แต้ม จากการแข่งเท่ากันนั้น

ล่าสุด เจ้าตัวที่ใช้เงินซื้อนักเตะในฤดูกาลไม่ต่ำกว่า 160 ล้านปอนด์ (7,200 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 45 บาท) เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า ทีมตัวเองหมดสิทธิลุ้นแชมป์ หลังปล่อยให้เชลซีทำคะแนนหนีห่างเป็นเลข 2 หลัก ยังยืนยันคำเดิมว่า มีเพียงเชลซีพลาดเองเท่านั้น ถึงจะทำให้ฝ่ายหลังไม่ได้แชมป์ลีกฤดูกาลนี้

เป๊ปที่เพิ่งลิ้มลองรสชาติลีกสุดแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีกเป็นปีแรก มองว่าการที่เชลซีมีคะแนนเหนือกว่าแมนฯ ซิตี้ 10 แต้ม และมากกว่าสเปอร์ส รองจ่าฝูง 9 แต้ม ทำให้ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ แทบไม่มีอาการเกร็งกับการลุ้นแชมป์

อดีตนายใหญ่บาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิก ที่ฉลองวันเกิด 46 ปีเต็มกลางเดือนก่อนยังย้ำอีกว่า แม้จะไม่มีอะไรแน่นอนในวงการกีฬา แต่ไม่คิดว่าแมนฯ ซิตี้ จะไล่ตามเชลซีได้ทัน และการปล่อยให้เชลซีมีคะแนนนำห่างถึง 10 แต้ม เป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์

อย่างไรก็ตาม เป๊ปเชื่อว่าแม้แมนฯ ซิตี้ จะอยู่แค่อันดับ 5 ของตารางคะแนนในเวลานี้ แต่ก็มี 46 แต้มเท่าอันดับ 4 อย่างลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายในการได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปถ้วยใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า จะต้องไปเล่นในรายการนี้ให้ได้เป็นอันดับแรก และควรมีความสม่ำเสมอมากกว่านี้ เพราะหลังทีมชนะส่วนใหญ่ มักทำได้แค่เสมอหรือแพ้ในเกมถัดมาตลอด

Posted in ข่าว กีฬา

คืบหน้า! ตร.ออกหมายเรียกปาเจโร่ชนแล้วหนีแล้ว กระบะวอน คู่กรณีรับผิดชอบ

คืบหน้าคลิปรถยนต์ปาเจโร่ชนแล้วหนี ตำรวจโคราชออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยขับรถปาเจโร่แล้ว ขณะที่คนขับรถกระบะผู้เสียหายวอนคู่กรณีรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปอุบัติเหตุชนแล้วหนี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.40 น. รถยนต์คันก่อเหตุเป็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชชิ ปาเจโร สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ได้วิ่งเสียหลักเบียดเข้ากระแทกรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ หมายเลขทะเบียน ตม 9938 กรุงเทพฯ จนรถยนต์กระบะพลิกคว่ำหลายตลบข้ามเลนไปชนกับรถยนต์เก๋งที่วิ่งมาทางถนนเลนฝั่งตรงข้าม

เหตุเกิดบริเวณถนนราชสีมา-ปักธงชัย ฝั่งขาออก บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านไชยมงคล ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยหลังเกิดเหตุชายคนขับรถยนต์ปาเจโร่ และหญิงสาวที่นั่งมากับรถได้เดินลงไปดูเหตุการณ์เป็นเวลานานกว่า 2 นาที แต่สักพักชายคนขับรถก็ได้รีบขึ้นรถขับหลบหนีไปโดยไม่ยอมให้การช่วยเหลือคู่กรณีแต่อย่างใด ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดบนถนนสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ และทางญาติของรถคู่กรณีผู้บาดเจ็บก็ได้นำคลิปภาพไปโพสต์เพื่อให้โลกออนไลน์ช่วยติดตามจับกุมคนขัยรถปาเจโร่มาดำเนินคดีนั้น

ล่าสุดวันนี้ (29 มกราคม 2560) เวลา 10.00 น. นายธงชัย บุญมีบุตร พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ พร้อมด้วยนางสาลิณี ศิริมงคล ซึ่งคนขับรถยนต์เก๋ง และเป็นผู้เสียหายทั้งสองคน ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร้อยตำรวจเอก อภินันท์ สุวรรณอัมพร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เจ้าของคดี

โดยนายธงชัย ให้การว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุตน และครอบครัวรวม 4 คน กำลังเดินทางกลับจากเยี่ยมญาติที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งช่วงเวลานั้นมีฝนตกลงมาโปรยปรายทำให้ถนนค่อนข้างลื่น และเมื่อตนขับรถยนต์กระบะมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นรถยนต์ปาเจโร่ขับพุ่งเข้ามาชนด้านข้างของรถตน ทำให้รถตนเสียหลักพลิกคว่ำตีลังกาไปชนรถยนต์เก๋งฝั่งตรงข้าม ซึ่งหลังเกิดเหตุลูกสาวของตนทั้ง 2 คน คนโตอายุ 10 ปี และคนเล็กอายุ 5 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยช่วงหลังเกิดเหตุตนได้เห็นหน้าคนขับรถปาเจโร่ เนื่องจากคนขับรถยนต์ปาเจโร่เป็นคนที่อุ้มลูกสาวคนโตมาให้ตน ซึ่งตนก็พอจำใบหน้าของคนขับรถปาเจโร่ได้ ทั้งนี้อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ และล่าสุดอาการลูกสาวของตนทั้งสองคนปลอดภัยดีแล้ว ตนจึงอยากให้คนขับรถปาเจโร่ออกมารับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

ขณะที่นางสาลิณี คนขับรถยนต์เก๋งที่วิ่งมาทางฝั่งตรงข้ามให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถนั่งมากับเพื่อนรวม 2 คน เห็นรถยนต์กระบะพลิกคว่ำพุ่งมาชนรถของตน ทำให้เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกต้นคอเคลื่อน และขณะนี้ยังคงเข้าเฝือกที่ต้นคออยู่

ร้อยตำรวจเอก อภินันท์ สุวรรณอัมพร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เจ้าของคดี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกชายผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นคนขับรถยนต์ปาเจโร่แล้ว เพราะหลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไปทำให้มีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ และเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นก็มีหลักฐานพอเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นคนขับรถปาเจโร่คันที่ก่อเหตุ ซึ่งหากออกหมายเรียกแล้วยังไม่มาพบกับพนักงานสอบสวน ก็ต้องดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Posted in ข่าวทั่วไป

บีเอ็มฯ เบ่งอ้างเป็น พ.ต.ต. ลุยค้น ช็อก! ยาบ้า5แสนเม็ด-ไอซ์ 3กิโล

ตร.พิษณุโลกสกัดจับอ้างเป็นตำรวจยศพันตรี ลักลอบขนยาไอซ์ 3 กก. ยาบ้า 5 แสนเม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 พิษณุโลก ได้สกัดจับพ่อค้ายาบ้า หลังจากขับรถยี่ห้อ BMW สีดำเร็วผิดปกติผ่านป้อมทางหลวง ตรวจค้นยังอ้างเป็นตำรวจยศพันตำรวจตรีอีก แต่ขอดูบัตรไม่มีบัตรให้ดู ตรวจภายในรถพบยาไอซ์ 3 กก. ยาบ้าบรรจุกล่องอีก 522,000 เม็ด เค้าสอบสารภาพรับยาจากเชียงราย ปลายทางกรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 18.00 น.ของเย็นวาน (28 มกราคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 พิษณุโลก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดพิษณุโลก (กก.3 บก.ปส.) ได้สกัดจับกุมตัวนายเฉลิมพณล์ ศรีวรรณรมย์ อายุ 56 ปี ชาวตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และนายกิตติวัฒน์ ธนสินพิสุทธิ์ อายุ 52 ปี ชาวตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ขณะขับรถยนต์นั่ง 2 ตอนยี่ห้อ BMW สีดำ หมายเลขทะเบียน สช 4142 กรุงเทพมหานคร หลังจากคนขับได้ขับรถเร็วกว่ากำหนดผ่านสถานีตำรวจทางหลวงวัดโบสถ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตามแล้วเข้าไปขอตรวจค้นได้ที่บริเวณทางออกปั๊ม ปตท. หมู่ 6 ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก

โดยขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตรวจค้นรถคันดังกล่าว นายเฉลิมพณล์ ผู้นั่งในรถมาด้วยอ้างตัวเป็นตำรวจยศพันตำรวจตรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอดูบัตร แต่นายเฉลิมพณล์ไม่มีบัตรตามกล่าวอ้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจค้นรถ และพบกล่องกระดาษจำนวน 6 กล่อง และถุงพลาสติกสีดำจำนวน 3 ถุง เปิดถุงสีดำดูพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุอยู่ในถุงชาสีทอง จำนวน 3 ถุง ถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมประมาณ 3 กิโลกรัม ส่วนกล่องกระดาษทั้ง 6 กล่องนั้นเจ้าหน้าที่เปิดออกดูก็พบยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ วางอยู่บริเวณท้ายรถของกลางจำนวน 261 มัด ลักษณะบรรจุห่อสุญญากาศ มีตัวอักษร Y 1 และมีสติ๊กเกอร์รูปแอปเปิลสีดำบนพื้นสีขาว ตัวอักษร Apple 7s ห่อละ 2 มัด มัดละ 2,000 เม็ด (ภายในห่อมีถุงพลาสติกสีดำแบบกดปิดดึงเปิดมีรูปแอปเปิลสีขาว ห่อละ 10 ถุง ถุงละประมาณ 200 เม็ด สีแดงมีอักษร WY ประมาณ 199 เม็ด และสีเขียวอักษร WY 1 เม็ด) รวมทั้งหมดประมาณ 522,000 เม็ด

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ทำการสอบถาม ได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้นำยาบ้าและยาไอซ์มาจาก จ.เชียงราย เพื่อส่งให้ลูกค้าที่กรุงเทพมหานคร ส่วนหนึ่งกระจายให้เอเยนต์ที่ จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ในช่วงเวลา 04.30 น. ของวันนี้ (29 มกราคม) เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Posted in ข่าวทั่วไป

อีก 5 ปีจะมีดาวชนกัน ชี้หลังชนจะหลอมเป็นดวงเดียวส่องแสงจ้าร่วมครึ่งปี ไทยเห็นชัดเจน

ศาสตราจารย์ลอว์เรนซ์ มอลนาร์ ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์และฟิสิกส์จากวิทยาลัยคาลวิน เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ.2565 ดาวคู่หนึ่งในกลุ่มดาวหงส์จะชนกันและหลอมรวมเป็นดาวดวงเดียวพร้อมกับส่องแสงเจิดจ้าออกมาเป็นโนวาที่มองเห็นได้เป็นเวลาร่วมครึ่งปี

โดยดาวคู่นี้มีชื่อว่า เคไอซี 9832227 (KIC 9832227) ค้นพบโดย กล้องเคปเลอร์ เป็นดาวคู่ใกล้ชิดประเภทที่เรียกว่า ดาวคู่สัมผัส หมายความว่าเป็นดาวฤกษ์สองดวงที่โคจรรอบกันเองด้วยระยะใกล้มากจนผิวดาวสัมผัสกันเลยทีเดียว เมื่อระเบิดขึ้นแล้ว ดาวดวงนี้จะมีอันดับความสว่างประมาณ 2 ซึ่งสว่างใกล้เคียงกับดาวเหนือ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า

ลอว์เรนซ์ มอลนาร์ กล่าวว่า การชนกันของดาวอาจถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความไม่ธรรมดาของเรื่องนี้คือการที่นักวิทยาศาสตร์สามารถพยากรณ์การเกิดล่วงหน้าถึงขั้นระบุปีที่จะเกิดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศ.ลอว์เรนซ์ มอลนาร์ และคณะ ได้เปรียบเทียบกับดาว วี 1309 แมงป่อง (V1309 Scorpii) ซึ่งได้ชนกันในปี 2551 นักดาราศาสตร์มีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดาวดวงนี้ในช่วงก่อนหน้าอย่างละเอียดย้อนหลังไปอย่างน้อยถึงปี 2544 กราฟความสว่างของดาวดวงนี้ในช่วงดังกล่าวจึงเป็นเหมือนแม่แบบของปรากฏการณ์นี้

เมื่อนำกราฟความสว่างของดาวเคไอซี 9832227 ที่ได้จากกล้องเคปเลอร์มาเปรียบเทียบกับของดาว วี 1319 แล้ว พบว่ามีรูปแบบเกือบเหมือนกัน ทั้งความเร็วตามแนวเล็ง บ่งชี้ว่านี่คือดาวคู่สัมผัส เมื่อวางเทียบกราฟแสงของดาวทั้งสองคู่แล้ว นักวิทยาศาสตร์คณะนี้จึงมั่นใจว่าการชนและหลอมรวมกันจะเกิดขึ้นในปี 2565

อย่างไรก็ตาม ดาวสมาชิกของเคไอซี 9832227 ทั้งคู่เป็นดาวฤกษ์มวลต่ำ เมื่อชนกันแล้วหลอมรวมกันแล้ว การระเบิดที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงมากนัก อุณหภูมิค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับโนวาทั่วไป ซึ่งมอลนาร์เรียกว่า “โนวาแดง”

“เราบอกไม่ได้ว่าการพยากรณ์นี้จะผิดหรือถูก ” มอลนาร์กล่าว อย่างไรก็ตาม โนวานี้มีความสว่างถึงอันดับ 2 ดังนั้นทุกคนจึงเป็นพยานถึงผลการพยากรณ์นี้ได้ด้วยตัวเอง เพราะเมื่อเกิดโนวาขึ้นจริง ก็จะปรากฏดาวดวงใหม่ขึ้นบนฟ้าในกลุ่มดาวหงส์ ซึ่งอยู่ในท้องฟ้าด้านเหนือ

ประเทศไทยก็สามารถมองเห็นปรากฏการณ์นี้ชัดเจน !!

Posted in ข่าวทั่วไป

รู้ไว้ใช่ว่า!?! “ควันขาว-ควันดำ’เกิดจากอะไร

เป็นที่ทราบกันดีว่าควันที่เกิดจากเครื่องยนต์ไม่ว่าจะเป็นควันขาวหรือควันดำ ย่อมมีโทษต่อร่างกายมนุษย์ทั้งนั้น ดังนั้น เราจึงควรหาทางป้องกันไม่ให้เกิด เพื่อสุขภาพของเราและคนที่เรารัก

ยานยนต์ “มติชน” ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับควันขาวและควันดำจากรถยนต์มานำเสนอดังนี้

ควันขาวรถยนต์สาเหตุจากอะไร เป็นควันขาวได้อย่างไร

ควันขาวเกิดจากการมีน้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ แล้วถูกเผาไหม้ผสมไปกับเชื้อเพลิงน้ำมัน หรือเชื่อเพลิงแก๊ส ออกเป็นควันขาวที่ปลายท่อไอเสีย

น้ำมันเครื่องเข้าห้องเผาไหม้ได้ อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

1.ลูกสูบ เสื้อสูบ หลวม เกิดช่องว่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ แหวนกวาดน้ำมันไม่สามารถกวาดน้ำมันลงกลับไปที่อ่างน้ำมันเครื่องได้หมด แต่กลับหลุดรอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ จากการที่แรงอัดในกระบอกสูบมีมาก และแหวนกันกำลังอัดรั่วไม่สามารถทนต่อแรงอัดที่เพลาข้อเหวี่ยงดันอัดลูกสูบ อาจเกิดจากแหวนอัดสึก หรือกระบอกสูบสึก ทำให้น้ำมันเครื่องหลุดเข้าห้องเผาไหม้ได้ คือน้ำมันเครื่องถูกอัดจากล่างขึ้นบน

2.ตัวแหวนลูกสูบมีความชำรุดเสียหาย แตกหัก แข็งขาดความยืดหยุ่น เนื่องจากเกิดความร้อนจัด หรืออายุการใช้งานที่นานเกินไป

3.เครื่องยนต์ร้อนจัดบ่อยๆ จากการที่น้ำหม้อน้ำขาด น้ำมันเครื่องขาด จนฝาสูบกับเสื้อสูบโก่งตัว ซีลฝาสูบไม่สามารถกั้นหรือทนต่อแรงอัดน้ำมันเครื่องได้ จนน้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ ทุกครั้งที่เปลี่ยนซีลฝาสูบและอัดนอตเข้าไปแล้ว จะเป็นซีลใหม่ ซ่อมใหม่ หรือซีลเก่า ก็ตาม ถ้าคลายนอตออก เอาซีลออกมา ซีลนั้นก็ไม่ควรนำใส่กลับเข้าไปใหม่ เมื่อถอดออกก็ต้องเอาอันใหม่ใส่ เพื่อขันนอตเข้าไปใหม่ ถ้าเอาซีลออกมาแล้วขันนอตกลับไปใหม่ ซีลนั้นอาจรั่วได้

4.น้ำมันเครื่องอาจรั่วมาจากด้านบน คือน้ำมันเครื่องที่อยู่ในฝาครอบวาล์ว รั่วลงมาผ่านก้านวาล์ว ซีลก้านวาล์วไอดี สึกหลวม รั่วลงผ่านวาล์ว ไอดี จากวาล์วยัน วาล์วกับบ่าวาล์วปิดไม่สนิท หรือการเปิด-ปิด วาล์ว ไอดี/ไอเสีย ผิดพลาด จากการผิดเพี้ยนของจังหวะจุดระเบิด ตำแหน่งของสายพานไทม์มิ่งที่ผิดเพี้ยนไป

ควันขาวของเครื่องยนต์ เกิดจากการเผาไหม้น้ำมัน กับน้ำมันเครื่องร่วมกัน ที่อุณหภูมิการเผาไหม้ ไม่ถึงจุดที่ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ และเมื่อเผาไหม้แล้ว ควันที่ออกปลายท่อไอเสีย เจออุณหภูมิต่ำกว่า และความชื้น ทำให้กลายเป็นควันขาว

ส่วนควันดำเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ คือเชื้อเพลิงมีมากกว่าอากาศในห้องเผาไหม้ สัดส่วนระหว่างเชื้อเพลิงต่ออากาศไม่พอดี จึงเกิดควันดำ

สาเหตุที่ทำให้ส่วนผสมเชื้อเพลิงต่ออากาศไม่พอดี

เครื่องยนต์ดีเซล

-ปั๊มดีเซลหลวม กำลังอัดน้อย แรงดันปั๊มน้ำมันดีเซลน้อย การควบคุมแรงดันน้ำมันในรางคอมมอนเรล ไม่คงที่

-หัวฉีดน้ำมันดีเซลอุดตัน น้ำมันดีเซลที่ออกปลายหัวฉีดไม่แตกเป็นฝอย มีลักษณะเป็นหยด จังหวะการเปิด-ปิด วาล์วไอดี หรือเรียกลิ้นไอดี ผิดพลาด เปิดนานปิดเร็วทำให้การฉีดเชื้อเพลิงไม่ตรงกับจังหวะการจุดระเบิด แรงดันน้ำมันในหัวฉีดมีไม่พอ

-มีเศษผงคราบเขม่าภายในท่อไอเสียมาก

-กำลังอัดรั่วภายในกระบอกสูบ

-อากาศเข้าห้องเผาไหม้น้อย ลิ้นปีกผีเสื้อติดขัดเปิด-ปิด ได้ไม่เต็มที่

-เซ็นเซอร์ตรวจวัดอากาศ เซ็นเซอร์อุณหภูมิ ออกซิเจนเซ็นเซอร์เสีย

เมื่อรู้สาเหตุแล้วควรรีบแก้ไขโดยเร็ว ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณเอง

Posted in ข่าวทั่วไป

รศ.วราพร พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พลัดตกชั้น 2 อาการสาหัส

รศ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากชั้น 2 อาการสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว หลังต่อสู้เพื่อรักษาพิพิธภัณฑ์ฯ ได้สำเร็จเมื่อปีก่อน

รศ.วราพร พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พลัดตกชั้น 2 อาการสาหัส

เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม ได้ลงข้อความว่า รศ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิภัณฑ์ชาวบางกอก ประสบอุบัติเหตุตกจากชั้น 2 กะโหลกศีรษะร้าวเมื่อหนึ่งทุ่มเศษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 ม.ค.) ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ก่อนจะส่งต่อมายังสถาบันประสาทฯ ล่าสุดยังคงอยู่ในห้องไอซียู และยังไม่รู้สึกตัว

ขณะที่ รศ.วราพร พักอยู่ที่ห้องไอซียู ศัลยกรรม ชั้น 3 อาคารรัชมงคล สถาบันประสาทฯ เปิดให้เข้าเยี่ยม 3 ช่วงเวลา 12.00-13.00 น. 15.30-16.00 น. และ 17.30-18.30 น. ทำให้มีลูกศิษย์และผู้ที่ติดตามใกล้ชิดส่งกำลังให้เป็นจำนวนมาก

สำหรับ รศ.วราพร สุรวดี คือบุคคลในข่าวดังกรณีระดมเงินจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อกอบกู้ที่ดินพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หลังจากที่มีนายทุนต้องการนำที่ดินไปสร้างอาคารสูง กลายเป็นกระแสสังคมและมีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือ กระทั่งครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ อีกทั้งยังคงรักษาพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ดั่งเดิม

Posted in ข่าวทั่วไป

ดีเดย์นำระบบประเมินความเสี่ยง ปล่อยชั่วคราวจำเลย 1 ก.พ.นี้

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาสื่อมวลชน ที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมระบุว่าศาลยุติธรรมมีการพัฒนาระบบการจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2546 โดยพบว่าส่วนใหญ่คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นจะแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี ส่วนคดีที่เข้าสู่ชั้นศาลอุทธรณ์จะแล้วเสร็จไม่เกิน 6 เดือน

ดีเดย์นำระบบประเมินความเสี่ยง ปล่อยชั่วคราวจำเลย 1 ก.พ.นี้

ซึ่งในปี 2559 มีคดีเข้าสู่การพิจารณาศาลชั้นต้น 1,644,142 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 1,421,568 คดี ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 98.94 และมีคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำนวน 49,882 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 43,433 คดี ในเวลาไม่เกิน 6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 98.26 ส่วนศาลฎีกามีคดีเข้าสู่การพิจารณา 18,705 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 9,290 คดี คงค้าง 9,415 คดี เมื่อเปรียบเทียบคดีคงค้างเมื่อ 4 ปีก่อน จำนวน 37,958 คดี พบว่าคดีค้างลดลงมาก

นายอธิคม กล่าวว่าศาลยุติธรรมได้เพิ่มประสิทธิภาพลดความเหลื่อมล้ำในการปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัวจำเลยในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีในศาล ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เช่นปี 2558 มีผู้ต้องหาหรือ จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นทั่วประเทศ 231,568 คน ศาลอนุญาต 217,214 คน ไม่อนุญาตเพียง14,354 คน คิดเป็นร้อยละ 6.20 เท่านั้น และในปี 2559 มีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว 213,537 คน ศาลอนุญาต 201,149 คน ไม่อนุญาต 12,388 คน คิดเป็นร้อยละ 6.6 เท่านั้น

แต่จากสถิติผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 พบว่าพบว่ามีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและการพิจารณาของศาลมีจำนวนถึง 59,070 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 289,675 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.29 ของผู้ต้องขังทั้งหมด โดยเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง แต่ไม่มีหลักทรัพย์วางประกันจึงทำให้ถูกขังระหว่างการพิจารณา แตกต่างจากผู้ที่มีฐานะดีมีหลักประกันมาวางต่อศาลสามารถไปใชีวิตปกติ ประกอบอาชีพได้

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวศาลยุติธรรมจึงได้นำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวมาทดลองใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหลบหนีของจำเลย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของศาลตรวจสอบข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนดแล้วประเมินออกมาเป็นตัวเลขความเสี่ยงการหลบหนีของจำเลย เพื่อให้ศาลพิจารณาก่อนสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และไม่ต้องใช้หลักประกัน เฉพาะคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยจะเริ่มโครงการทดลองวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

Posted in ข่าวทั่วไป

ปภ.เตือนภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก อุตุฯ ห่วงชุมพรที่แรก

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ว่า ปภ. ได้มีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทุกวัน เพื่อดูความคืบหน้าของสถานการณ์ต่าง ๆ โดยขณะนี้ยังมีน้ำท่วมอยู่ 6 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เป็นลุ่มแม่น้ำ จึงได้ตั้งเครื่องผลักดันน้ำให้ลงสู่ทะเลเพิ่มเติม ซึ่งภาพโดยรวมระดับน้ำได้มีการลดลงแล้ว

ปภ.เตือนภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก อุตุฯ ห่วงชุมพรที่แรก

ทั้งนี้ นายกอบชัย กล่าวว่า ทาง ปภ. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังจังหวัดต่าง ๆ และประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มขึ้นได้ ในช่วงวันที่ 16-20 มกราคมนี้ โดยในส่วนจังหวัดที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดในสถานที่ต่าง ๆ และลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้เงินเยียวยาช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. โดยยังยอมรับด้วยว่าเป็นห่วงพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมรสุมเข้าอีกระลอก ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม 2560 โดยจะเคลื่อนเข้าจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดแรกในวันนี้ (16 ม.ค.) ก่อนในวันที่ 17-20 มกราคม จะเคลื่อนเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และนครศรีธรรมราช ตามลำดับก่อนจะค่อยๆเบาลง

ขณะเดียว ในระยะนี้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนสภาพอากาศทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกกว่า 3 องศาเซลเซียส

Posted in ข่าวทั่วไป

ตะลึง! พระพุทธรูปโผล่จากจอมปลวก ชาวบ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ แห่ดูเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านทับทัน ม.1 ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ว่าพบพระพุทธรูปโผล่จากดินบนจอมปลวกที่กลางหมู่บ้าน และมีชาวบ้านเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมาก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่

ตะลึง! พระพุทธรูปโผล่จากจอมปลวก ชาวบ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ แห่ดูเลขเด็ด

ก่อนจะพบจุดที่ชาวบ้านพบพระพุทธรูปโผล่บนจอมปลวก อยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ข้างไร่มันสำปะหลังในหมู่บ้านทับทัน ซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลังของนายถาวร ชินแตร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 ม.1 บ.ทับทัน ต.ทับทันฯ และพบชาวบ้านทยอยเดินทางมาจุดธูปเทียนกราบไหว้ตลอดทั้งวันจำนวนมาก

สำหรับพระพุทธรูปดังกล่าวมีขนาดหน้าตักประมาณ 5-6 นิ้ว มีซุ้มเรือนแก้วครอบองค์พระคล้ายพระพุทธชินราช ตัวองค์สีเหลืองหม่น สังเกตจากรอยที่แตกหัก (จากฝีมือคนมือบอน) คล้ายสร้างขึ้นจากผงอัด เเต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นมาจากวัสดุอะไรบดผสมกัน

โดยบริเวณหน้าตักถูกฝังลึกลงไปในพื้นดินบนจอมปลวก ไม่เหมือนเป็นการนำมาวางตั้งหรือขุดเพื่อฝังแต่อย่างใด และไม่มีใครทราบอายุของพระพุทธรูปดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่โผล่ออกมาจากดินเพื่อเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน และให้ชาวบ้านได้กราบ

ชาวบ้านบอกอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีพระสงฆ์รูปหนึ่งไม่ทราบมาจากไหน มานั่งสมาธิเข้าฌาน ทราบว่า พระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.1768 หรือประมาณ 791 ปีที่แล้ว และจะโผล่ขึ้นมาจากดินอีก 3 องค์ และยังมีไหโบราณอีก 3 อันอยู่ใต้ดิน แถมยังบอกอีกว่าใครที่หักชิ้นส่วนขององค์พระไปให้รีบนำมาคืน ไม่เช่นนั้นจะมีอันเป็นไป

ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันส่องชะเง้อดูตามองค์พระพุทธรูป เพื่อหาเลขเด็ด บางคนเห็นเป็นเลข 36, 38 ขณะที่พระสงฆ์ที่มานั่งสมาธิให้เลข 026 ซึ่งชาวบ้านต่างก็เตรียมพากันนำเลขไปซื้อล็อตเตอรี่กันตามระเบียบ

นายวัฒนา เชื้อฉลาด สมาชิก อบต.บ้านทับทัน ผู้พบเห็นพระพุทธรูปคนแรกบอกว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมาตนได้เดินเข้าไปเพื่อเก็บผลมะขามไปให้ภรรยาตำส้มตำ แต่ตาดันเหลือบไปเห็นองค์พระ จึงเอะใจว่าใครนำมาวางไว้ พอเข้าไปดูใกล้ปรากฏว่าไม่ใช่เป็นการเอามาวางตั้ง แต่พระพุทธรูปโผล่จากพื้นดิน โดยที่ฐานยังจมอยู่ในดิน จึงไปบอกชาวบ้านและข่าวก็แพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงเดินทางมากราบไหว้ ขอโชคลาภกันจำนวนมาก

Posted in ข่าวทั่วไป

ครูญี่ปุ่นขู่เขียนชื่อนักเรียนลง Death Note ทำเด็กเครียดนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คุณครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น ต้องออกมาขอโทษผู้ปกครองและนักเรียน หลังจากเขาได้ใช้มาตรการกดดันการเรียนการสอนระหว่างนักเรียน ด้วยการข่มขู่ว่าจะเขียนชื่อ “นักเรียน” ลงบนเดธโน้ต (Death Note) สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก

ครูญี่ปุ่นขู่เขียนชื่อนักเรียนลง Death Note ทำเด็กเครียดนัก

ตามรายงานระบุว่า คุณครูหนุ่มวัยราวๆ 30 ปี ประจำอยู่ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุชิมะ ได้ออกคำสั่งอย่างชัดเจนไว้ว่า “เดี๋ยวครูจะเขียนชื่อพวกเธอลงในสมุดเดธโน้ต!” เพื่อเป็นการขับเคี้ยวผลการเรียนของเด็กๆ นักเรียนที่อยู่ในการควบคุมดูแล แต่กลับทำให้เด็กวัยประถมรู้สึกวิตกกังวลและกลัวว่าตัวเองจะมีอันเป็นไป ตามพล็อตเรื่องจากการ์ตูนชื่อดัง

คุณครูรายนี้ได้ใช้ภาพสมุดเดธโน้ตที่เปิดจากแท็ปเล็ตของเขา พร้อมกับพูดข่มขู่เด็กนักเรียนในชั้นเรียน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน เรื่อยมากระทั่งปิดภาคเรียนในช่วงปลายเดือนธันวาคม โดยเขาได้พูดขู่เขียนชื่อนักเรียน 4 คน ในระดับชั้น ป.1 ถึง ป.3 ลงในสมุดเดธโน้ต
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกดดันให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก กระทั่งมีการนำเรื่องไปร้องเรียนกับครูใหญ่และบอกเล่าให้ผู้ปกครองได้ทราบ ทำให้มีการสอบสวนและพบว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คุณครูหนุ่มยอมรับว่าข่มขู่เด็กๆ เช่นนั้นจริง แต่ก็เพื่อเจตนาให้เด็กมีพัฒนาการศึกษาที่ดี

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนประถมแห่งดังกล่าวได้เชิญผู้ปกครองเข้าพบ พร้อมกับเชิญคุณครูหนุ่มที่ตกเป็นคู่กรณีได้มาพูดคุยและขอโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมกับยอมรับผิดในการกระทำที่อาจจะไม่นึกถึงสภาพจิตใจของเด็กประถมที่ยังไม่มีวุฒิภาวะในการแยกแยะพอ จนกลายเป็นการสร้างความกดดันแทน

สื่อท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุชิมะ ได้อ้างคำพูดจากครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งดังกล่าว ระบุว่า เขาก็รู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เด็กๆ ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาคงรู้สึกแย่กับคำข่มขู่แบบนี้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องในการ์ตูนเท่านั้น แต่ก็กระทบต่อสภาพจิตใจเด็กวัยประถมพอสมควร”

สำหรับ เดธโน้ต (Death Note) หรือ บันทึกมรณะ เป็นการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มีการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์และวิดีโอเกม กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เรื่องราวของสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่พลังอำนาจในการสั่งฆ่าผู้ใดก็ได้ หากเขียนชื่อลงบนสมุดบันทึกเล่มนี้

Posted in ข่าวทั่วไป